สถาบันอาศรมศิลป์ได้จัดงาน สถาปนาครบ ๒ ปี เมื่อวันศุกร์ที่ ๑๗ ตุลาคม ๒๕๕๑ ชาวอาศรมศิลป์ทุกคน ตั้งแต่ผู้บริหาร คณาจารย์ นักศึกษา เจ้าหน้าที่ แม่บ้าน ฯ ได้ร่วมแรงร่วมใจกันดำเนินการจัดงานมงคลในวันนั้นเพื่อความเป็นสิริมงคล
ในช่วงเช้า พระเทพปริยัติมุนี (สมคิด เขมจรี ป.ธ.๙) เจ้าอาวาสวัดทองนพคุณ ประธานสงฆ์ได้แสดงพระธรรมเทศนา จักรธรรมกถา (คลิกอ่านรายละเอียดtham2) งานครั้งนี้สถาบันฯได้รับเกียรติจากครูบาอาจารย์ผู้ใหญ่ซึ่งเป็นกรรมการมูลนิธิโรงเรียนรุ่งอรุณ กรรมการสภาวิชาการและกรรมการสภาสถาบันอาศรมศิลป์ มาร่วมงานหลายท่าน อาทิ เช่น

ศาสตราจารย์ ระพี สาคริก นายกสภาสถาบัน ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นพ.อารี วัลยะเสวี (ประธานมูลนิธิสดศรี-สฤษดิ์วงศ์)ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร.ประเสริฐ วิทยารัฐ (อาจารย์ผู้ทรงคุณวุฒิประจำหลักสูตรศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต สถาบันอาศรมศิลป์) รองศาสตราจารย์ประสงค์ เอี่ยมอนันต์(คณะกรรมการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม) คุณเมธี ภมรานนท์ คุณพารณ อิศรเสนา ณ อยุธยา อ.ขวัญสรวง อติโพธิ ดร.บรรเจอดพร สู่แสนสุข และคุณสุธีพรรณ สิทธิโชติ 
      นอกจากนั้น หลังจากเสร็จพิธีเจริญพระพุทธมนต์ ชาวอาศรมศิลป์ ยังได้โอกาสร่วมพูดคุยรับฟังคำแนะนำต่างๆจากครูอาจารย์ผู้ใหญ่ รวมทั้งฟังการบรรยายจาก ดร.สิริชัยชาญ ฟักจำรูญ (อาจารย์ประจำหลักสูตรศึกษาศาสตรมหาบัณฑิตและหัวหน้าอาศรมดนตรีของสถาบันอาศรมศิลป์) เกี่ยวกับหลักการและความสำคัญของรูปแบบการจัดวงดนตรีไทย การเลือกใช้เพลงให้เหมาะสมกับงานพิธีมงคลและลำดับพิธีการต่างๆ ซึ่งในงานวันสถาปนานี้อาจารย์ได้จัดเป็นวงปี่พาทย์พิธี ซึ่งประกอบด้วย ตะโพน กลองทัด ระนาดเอก ระนาดทุ้ม ฆ้องวง ฉิ่ง ปี่และการบรรเลงเพลงประกอบพิธี
ในช่วงบ่าย ศาสตราจารย์ ระพี สาคริก ได้นำเสวนาวาที วิถีชาวอาศรมศิลป์ ซึ่งมีสาระสำคัญ คือการเน้นใครูบาอาจารย์ได้เรียนรู้ที่จะมีจิตใจเมตตากับศิษย์ และพร้อมที่จะเรียนรู้จากศิษย์ด้วย

       ต่อจากนั้นเป็นการบรรยายประกอบสไลด์เกี่ยวกับที่มา และแนวคิดการออกแบบสถาปัตยกรรมกลุ่มอาคารสถาบันอาศรมศิลป์ที่เกิดจากการมาร่วมคิด ร่วมสร้างฝันของคนในชุมชนให้เกิดความสอดคล้องกับธรรมชาติและการสร้างสรรค์วิถีชีวิตเป็นหมู่บ้าน เป็นชุมชนที่งดงามในแบบอาศรมศิลป์ โดยสถาปนิก ภคชาติ เตชะอำนวยวิทย์ (นักศึกษาหลักสูตรสถาปัตยกรรมศาสตรมหาบัณฑิต สถาบันอาศรมศิลป์) ร่วมด้วย อ.ธีรพล นิยม(รองอธิการบดีฝ่ายบริหารและวางแผน) รศ.ประภาภัทร นิยม(รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการและวิจัย) เพื่อให้ทั้งเหล่าคณาจารย์และนักศึกษาเกิดความเข้าใจถึงที่มาและมีความรู้สึกและจินตนาการที่จะร่วมกันออกแบบสร้างสรรค์วิถีชีวิตของตนได้อย่างมีชีวิตชีวา และทุกคนเป็นเจ้าของที่นั้นๆอย่างแท้จริง เมื่อต้องย้ายเข้าไปใช้ชีวิตในสถานที่จริงในระยะเวลาอันใกล้นี้ หลังจากได้ทำความรู้จักกับอาคารในเบื้องต้นแล้ว ชาวอาศรมศิลป์ทุกคนได้เดินทางเข้าไปสู่อาคารหลังใหม่ โดยแบ่งกลุ่มแยกย้ายไปช่วยกันคิดตามอาคารที่กลุ่มของตนจะต้องย้ายเข้าไปอยู่ ได้แก่ กลุ่มคณาจารย์และนักศึกษาหลักสูตรสถาปัตย์ กลุ่มคณาจารย์หลักสูตรศึกษาศาสตร์และเจ้าหน้าที่ส่วนกลางของสถาบันฯ กลุ่มนักศึกษาหลักสูตรศึกษาศาสตร์ กลุ่มอาศรมสถาปนิก เพื่อช่วยกันระดมความเห็นในหัวข้อวิถีชีวิตและความเป็นอยู่ในอาคารสถาบันฯแห่งใหม่และนำจินตนาการของตนมาเชื่อมโยงกันให้เป็นวิถีชีวิตร่วมกันขึ้นมา โดยนำผลการคิดมานำเสนอร่วมกันในวงประชุมใหญ่
กิจกรรมสุดท้ายในวันนั้น อ.วิชิต ชี้เชิญ (หัวหน้าศูนย์สุขภาพวิถีไทย) ได้นำชาวอาศรมศิลป์ทุกคนทั้งคณาจารย์ นักศึกษา และบุคลากรร่วมกันออกกำลังกายด้วยกีฬาภูมิปัญญาไทย ทั้งการรำพลอง แอโรบิคมวยไทย และการรำผ้าขาวม้า ด้วยความเบิกบานและพร้อมเพรียง ได้เหงื่อและสุขภาพที่แข็งแรงกันถ้วนหน้า     

งานนี้ต้องบอกว่าทุกสิ่งสำเร็จได้ด้วยความทุ่มเทแรงกายแรงใจใส่ใจกับทุกรายละเอียดในการจัดงานของทุกฝ่าย โดยมีประธานในการจัดงาน คือ อ.ปิยวัชร์ สุทธิวนิช เพื่อให้งานดำเนินไปด้วยความสวยงาม สะดวก สะอาดและประณีตอย่างมีสุนทรียภาพ ตั้งแต่การจัดดอกไม้ประดับอาคารสถานที่ การจัดการต้อนรับแขกผู้มาเยือน การจัดเครื่องไทยธรรมสำหรับพระสงฆ์ ของที่ระลึกแก่ผู้ร่วมงาน รวมทั้งวารสารชายคาอาศรม ฉบับปฐมฤกษ์ (คลิกอ่านรายละเอียดหนังสือvol013) ที่จะเป็นจุดเริ่มต้นของการก้าวสู่วารสารวิชาการของสถาบันฯในโอกาสต่อไป
การเดินทางของสถาบันฯได้เริ่มก่อตัวเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันเพิ่มขึ้นๆ เพื่อนำไปสู่การพัฒนาการศึกษาอย่างที่ครูบาอาจารย์ได้ฝากไว้ หนทางข้างหน้าสถาบันฯยังคงต้องการกำลังกาย กำลังใจ กำลังความคิด และกำลังความรักจากของทุกฝ่าย เพื่อให้สถาบันฯมีความเข้มแข็งเพื่อการก้าวต่อไปข้างหน้าอย่างมั่นคง